วันจันทร์ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2554

ตำนานนกฟินิกซ์


ฟินิกซ์(Phoenix) หรือ วิหคแห่งไฟ  มีตำนานเล่าขานถึงความมหัศจรรย์และการเสียสละอันยิ่งใหญ่มากมาย ทั้งในรูปแบบนิทาน  ตำนาน  วรรณกรรม  การ์ตูน  หรือแม้แต่แฮร์รี่ พอตเตอร์ เวอร์ชั่นภาพยนตร์ตอนล่าสุด  ก็ยังหยิบยกเรื่องราวความมหัศจรรย์ของวิหคเพลิงตัวนี้มาถ่ายทอดอย่างน่าสนใจ เสมือนได้ปลุกตำนานของฟินิกซ์  วิหคแห่งไฟตัวนี้ให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง
                            ตำนานแห่งฟินิกซ์ ยังปรากฏอยู่ในอารยธรรมโบราณไม่น้อย กล่าวกันว่า  นกฟินิกซ์นั้นเป็นนกที่สวยงามที่สุด มีขนาดใกล้เคียงกับนกอินทรี บ้างก็ว่าเป็นเครือญาติของหงส์และนกยูง มีสีแดงเข้มคล้ายสีเพลิง และมีแผงคอสีทอง หรือผสมด้วยสีแดงและน้ำเงิน บ้างก็ว่ามีสีม่วง  หรือ 5 สี ตามความเชื่อของจีน ที่เป็นเช่นนี้อาจจะมาจากเหตุผลที่ฟินิกซ์เป็นนกที่อายุยืนยาวถึง 500 ปี และสีแต่ละสีอาจเป็นการผลัดขนหลายครั้งในตลอดช่วงชีวิตของมันก็เป็นได้
                            ว่ากันว่า..เรื่องราวเริ่มแรกของนกฟินิกซ์มาจากวรรณกรรมกรีกโบราณที่ชื่อว่า Accout of Egypt ของกวี เฮโรโดตัส  ประมาณ 430 ปีก่อนคริสตกาล...ตามตำนานกล่าวว่า....นกฟินิกซ์มีอายุ 500 ปี เมื่อถึงเวลาใกล้จะหมดอายุขัย นกฟินิกซ์จะล่วงรู้ถึงชะตากรรม มันจะสร้างรังจากไม้เครื่องเทศที่มีกลิ่นหอม แล้วนั่งคอยที่กองฟืนไม้หอมและร้องเพลงอย่างสำราญใจ เมื่อแสงอาทิตย์แรกสาดส่อง นกฟินิกซ์จะแผดเผาตัวเองกลายเป็นเถ้าถ่าน จากเถ้าถ่านนั้นนกฟินิกซ์หนุ่มตัวใหม่จะกำเนิดขึ้น
                             ภารกิจแรก..ที่ฟินิกซ์หนุ่มต้องกระทำคือ การรวบรวมเถ้าถ่านของพ่อแม่แล้วนำไปฝังที่วิหาร เฮลิโอโปลิส  หรือนครแห่งตะวันในอียิปต์ จากนั้นก็จะบินกลับมาที่อาระเบียและใช้ชีวิตอยู่จนกว่าจะเปลี่ยนร่างอีกครั้ง


                                        
จุดกำเนิดตำนาน..เกี่ยวกับนกฟินิกซ์นี้ อาจมาจากหนังสือแห่งเวทย์มนตร์เล่มหนึ่งที่ชื่อว่า Book of the Dead ซึ่งกล่าวถึงนกยักษ์ลักษณะคล้ายนกฟินิกซ์ นกยักษ์ตัวนี้เป็นต้นแบบของวิญญาณอิสระที่ลุกขึ้นมาจากกองเพลิง และบินไปยังเฮลิโอโปลิส เพื่อประกาศยุกต์ใหม่ เพราะว่าดวงอาทิตย์ได้สาดแสงไล่หลังนกที่บินจากตะวันออกไปยังตะวันตก นกจึงปรากฏตัวพร้อมกับเช้าวันใหม่จนกลายเป็นสัญลักษณ์แห่งไฟและดวงอาทิตย์ไปในที่สุด  การที่นกฟินิกซ์สามารถเกิดใหม่ได้จากเถ้าถ่านของตัวเอง จึงกลายเป็นตัวแทนของการฟื้นคืนชีพจากความตาย ซึ่งสร้างแรงบันดาลใจให้แก่กวีและนักเขียนหลายต่อหลายท่าน  จนเรื่องราวแห่งนกฟินิกซ์แทรกซึมเข้าไปอยู่ในวรรณกรรมยุโรปหลายต่อหลายเรื่อง
                          ยังมีเรื่องเล่าของฟินิกซ์ที่ค่อนข้างจะสอดคล้องกันว่า  ในอดีต  เทพเจ้าแห่งดวงอาทิตย์หรือที่รู้จักกันคือ  เทพอพอลโล  ได้เห็นความงดงามของนกฟินิกซ์ จึงได้ขอมาเป็นนกข้างกายพระองค์  พร้อมกับให้พรวิเศษคือ    ชีวิตอมตะ  แก่นกฟินิกซ์เป็นการตอบแทน  พอได้พรวิเศษ เจ้านกฟินิกซ์สุดแสนจะดีใจ มันค้อมศีรษะเพื่อแสดงความคารวะ  ในขณะที่เริ่มเปล่งเสียงร้องขับขานบทเพลงสรรเสริญ  สุริยะเทพผู้รุ่งโรจน์  สุริยะเทพผู้สง่างาม  ข้าจะเป็นประหนึ่งผู้ขับขานบทเพลงเพียงเพื่อท่าน เป็นนกฟินิกซ์แห่งสุริยเทพแต่เพียงผู้เดียวชั่วนิรันดร์  และทุกวันจะบินไปทางตะวันออก เพื่อคอยร้องเพลงขับกล่อมเทพเจ้าแห่งดวงพระอาทิตย์ ในช่วงเช้าตรู่
              ทว่า.....เมื่อเวลาผ่านไป 500 ปี เจ้าฟินิกซ์ก็เริ่มแก่ตัวลง ไม่มีแรงที่จะร้องเพลงขับกล่อมเทพเจ้าได้เช่นเดิม นกฟินิกซ์จึงได้ร้องขอเทพเจ้าแห่งดวงอาทิตย์ ช่วยทำให้ตัวเองกลับมาเป็นหนุ่มและแข็งแรงอีกครั้ง แต่เหมือนคำขอดังกล่าวจะไม่ได้รับการตอบรับใดๆ..ดังนั้น  เจ้าฟินิกซ์จึงตัดสินใจบินกลับรังตัวเอง  ระหว่างทางได้พบบรรดาไม้หอมนานาชนิดจึงเก็บไปด้วย เพื่อนำมาสร้างรังบนยอดปาล์ม หลังจากนั้นก็ร้องขอให้เทพเจ้าแห่งดวงอาทิตย์ประทานความหนุ่มและความแข็งแรงให้อีกครั้ง
             ไม่นาน.....ท้องฟ้าก็ปั่นป่วนและเกิดฟ้าฝ่าลงบนรังของเจ้าฟินิกซ์  ส่งผลให้รังและเจ้านกฟินิกซ์ถูกเผาจนเหลือแต่เถ้าถ่าน  และกลายเป็นนกฟินิกซ์หนุ่มตัวใหม่  พร้อมกับเริ่มทำหน้าที่ขับกล่อมเสียงเพลงให้แก่เทพเจ้าแห่งดวงอาทิตย์ได้อีกครั้ง  และทุกๆ 500 ปีล่วงผ่านไป นกใหญ่แห่งสุริยะตัวนี้ จะบินกลับมายังที่เดิมเพื่อให้สุริยะเทพเผาตัวเองเพื่อการกลับสู่นกตัวใหม่ที่แข็งแกร่งอีกครั้ง
                              ตำนานกรีก..ยังเล่าขานอีกว่า...นกฟินิกซ์จะอาศัยอยู่ในแถบอาระเบีย  โดยจะอาศัยอยู่ในบริเวณแหล่งน้ำที่มีอากาศเย็น  ทุกๆเช้าที่ตะวันเริ่มสาดแสง เทพเจ้าแห่งดวงอาทิตย์จะต้องหยุดรถม้าเพื่อฟังเสียงร้องอันแสนไพเราะของนกฟินิกซ์ยามที่มันเล่นน้ำทุกวัน  อาหารโปรดของเจ้านกชนิดนี้ สุดแสนจะศิวิไลซ์  นกฟินิกซ์ชอบกินสายลมอ่อนๆ น้ำอมฤต น้ำค้าง หรือหมอกบริสุทธิ์ ที่ลอยขึ้นแม่จากแม่น้ำหรือทะเล.........
                ยังมีการพูดถึงคุณลักษณะพิเศษของเจ้าฟินิกซ์เอาไว้อีกว่า ฟินิกซ์เป็นสัตว์ที่มีนิสัยอ่อนโยน  สามารถหายตัวและปรากฏตัวใหม่ตามใจนึก เช่นเดียวกับ ตัวดิริคอร์ล  เพลงของนกฟินิกซ์มีเวทย์มนตร์ สามารถกระตุ้นความกล้าหาญแห่งจิตใจที่บริสุทธิ์ และทำให้เกิดความกลัวในจิตใจที่คิดร้าย  และน้ำตาของนกฟินิกซ์เป็นดังโอสถทิพย์แห่งสวรรค์ที่มีพลังในการรักษาบาทแผลและชุบชีวิตได้  แต่ถึงกระนั้นเจ้านกฟินิกซ์ก็ยากจะหลังน้ำตาให้ใคร  ยกเว้นเสียแต่ว่าคนผู้นั้นจะมีคุณงามความดีมากพอที่จะกลับมามีชีวิตใหม่อีกครั้ง
            จากวงจรชีวิตทั้งหมดทั้งมวลของเจ้านกฟินิกซ์นี้เอง  ที่ทำให้ตำนานของกรีกและโรมันเชื่อว่านกฟินิกซ์เป็นสัญลักษณะของการมีชีวิตเป็นอมตะ  การฟื้นคืนชีพ และเกี่ยวข้องกับเทพเจ้าแห่งดวงอาทิตย์   แม้กระทั่งในช่วงต้นของคริสต์ศาสนาก็ได้มีการนำรูปนกฟินิกซ์มาสลักบนลวดลายบนหินปิดหลุมฝังศพ ซึ่งหมายถึงผู้ที่จากไปจะฟื้นคืนชีพขึ้นอีกครั้งนั่นเอง......
                              เรื่องราวความเป็นอมตะของเจ้านกฟินิกซ์ ยังปรากฏอยู่ในการ์ตูนญี่ปุ่นเรื่องดัง   ฮิโนโทริ  วิหคเพลิง  ผลงานของ เท็ตซึกะ  โอซามุ  การ์ตูนที่แฝงไว้ด้วย ปรัชญาแห่งชีวิตที่ได้รับคำชื่นชมมากที่สุด เรียกว่าเป็นมังงะที่ยิ่งใหญ่เล่มหนึ่งที่นักอ่านไม่ว่ารุ่นใหม่หรือรุ่นเก่าไม่ควรพลาด เนื้อหาเป็นเนื้อเรื่องเกี่ยวกับคำร่ำลือที่ว่า....ผู้ใดที่ได้ดื่มเลือดของฮิโนโทริ หรือวิหคเพลิงจะมีชีวิตเป็นอมตะและด้วยความกระหายของมนุษย์นี่เอง นำมาซึ่งสงครามล้างแผ่นดิน....เนื้อเรื่องนอกจากจะกล่าวถึงการเกิดและตายของนกฟินิกซ์ฌแกเช่นเดียวกับในตำนานฝั่งตะวันตกแล้ว ยังแฝงไว้ด้วยปรัชญาแห่งชีวิตมากมาย  ดั่งตัวอย่างตอนหนึ่งที่  นาคี ลูกบุญธรรมของแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่ถามนกฟินิกซ์ว่า   ทำไมเจ้าถึงไม่ตาย ขณะที่พวกเรามนุษย์ต้องตายทุกคน  ทำไมถึงอยุติธรรมแบบนั้น   อยุติธรรมเหรอ???... พวกเธอต้องการอะไร อำนาจที่จะไม่ตาย หรือความสุขในการมีชีวิต   วิหคเพลิงพูด   ฉันไม่รู้หรอก แต่เจ้าก็ดูมีความสุขไม่ใช่เหรอที่ไม่ตาย    นาคีว่า นาคี ดูที่เท้าเธอสิ มีแมลงอยู่ พวกนั้นมีชีวิตยืนยาวแค่ครึ่งปี แมงเม่ายิ่งสั้นใหญ่ พวกมันมีอายุแค่ วันเท่านั้น  มนุษย์มีชีวิตยืนยาวกว่าแมลง ปลา หมา แมวหรือลิง   ตลอดชีวิตถ้าได้พบความยินดีในการมีชีวิต นั่นคือความสุขที่แท้จริงมิใช่หรือ???... วิหคเพลิงกล่าวย้ำ

                 
แม้ฟินิกซ์จะเป็นเพียงนกในตำนาน  แต่ก็เป็นตำนานอันยิ่งใหญ่ให้เล่าขานไปอีกนาน  โดยเฉพาะการเสียสละได้แม้กระทั่งชีวิตของตนเองเพื่อให้ชีวิตใหม่ได้ดำเนินต่อไป…...

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น